Labyrinth

On autonomous cars

นี่คือคำทำนายของผม: ภายในหนึ่งทศวรรษนับจากนี้ เทคโนโลยีกลุ่มหนึ่งจะได้รับการกล่าวขานถึงอย่างกว้างขวาง ว่าจะยกระดับมาตรฐานชีวิตของคนเมืองให้กระโดดขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง และขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของเทคโนโลยีนั้น

พวงมาลัยพาวเวอร์มีมากว่าร้อยปีแล้ว แต่ในระบบบังคับทิศทางใหม่ของนิสสัน พวงมาลัยจะเป็นกลไก 0% และพาวเวอร์ 100% พูดอีกแบบหนึ่งคือเราสามารถใช้จอยสติ๊กควบคุมทิศทางแทนได้ เพราะระบบบังคับด้วยไฟฟ้า

หลายค่ายมีระบบที่เตือนผู้ขับขี่เมื่อรถยนต์ล้ำเส้นเลน โดยการใช้เซ็นเซอร์อินฟราเรดหรือกล้องมองภาพส่องไปยังพื้นถนนหน้าตัวรถ และให้เสียงเตือน แต่รถใหม่ๆ สามารถแต่งกลับเข้ามาในเลนได้เองโดยคนขับไม่ต้องขยับพวงมาลัยเลย

หลายคนเคยนั่งรถที่มี cruise control มาบ้างแล้ว ที่ช่วยเหยียบคันเร่งให้เราไม่ต้องเมื่อย แต่ adaptive cruise control ปลอดภัยและฉลาดขึ้นไปอีก เพราะใช้เรดาร์ตรวจวัดระยะห่างจากรถคันหน้า และเร่งความเร็วขึ้นหรือชะลอลงตามเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

รถยนต์ที่จอดเทียบฟุตบาทเองได้

รถยนต์ที่เบรคอัตโนมัติเมื่อคันหน้าเบรคกระทันหัน

คำถามไม่ใช่ว่าวันหนึ่งรถยนต์จะขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติได้หรือเปล่า คำถามคือเมื่อไหร่ต่างหาก (อาจจะเร็วกว่าที่คิด) และเมื่อวันนั้นมาถึง มันจะสั่นคลอนระเบียบสังคมเดิมจนเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนหลายๆ กลุ่มไปดังนี้ครับ

รถติดจะไม่เป็นปัญหาด้วยสองสาเหตุ สาเหตุแรกคือการจราจรติดขัดน้อยลง ระบบเครือข่ายไร้สายที่ประสานงานระหว่างคอมพิวเตอร์ของรถขับเคลื่อนอัตโนมัติบนท้องถนน จะช่วยให้การจัดสรรและรายงานการจราจรมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมาก เพราะตำรวจจราจรมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตำแหน่งและความเร็วของรถทุกคันบนถนนหลวง นอกจากนี้รถยนต์ยังสามารถออกตัวพร้อมๆ กัน เบรคพร้อมๆ กัน หรือในทางทฤษฎีสามารถข้ามสี่แยกขนาด 8 เลนได้โดยไม่ต้องมีไฟแดงหากคำนวณวิถีของยานพาหนะทุกคันได้หมด

ส่วนสาเหตุที่สองคือเพราะรถยนต์ได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ หลายคนอาจเลือกที่จะนั่งทำงานในรถ นอนดูหนังระหว่างเดินทางกลับจากที่ทำงาน หรือทวีตโดยไม่ต้องกลัวอันตราย ทั้ง productivity และสุขภาพจิตของชาวเมืองจะดีขึ้น

อุบัติเหตุจะกลายเป็นเพียงอดีต เมื่อมนุษย์ที่แสนจะเชื่องช้ายอมยกอำนาจการควบคุมยานพาหนะให้กับคอมพิวเตอร์ที่มีทั้งเลเซอร์สแกนสภาพแวดล้อมที่ความถี่หลายหมื่นครั้งต่อนาที กล้องในทุกทิศทางโดยไม่มีมุมอับ ทัศนวิสัยที่เหนือกว่าในเวลาฝนตกและกลางคืน ความเร็วในการตอบสนองยอดเยี่ยมกว่า แถมยังไม่ง่วง ไม่เหนื่อย ไม่เมาตลอด 24 ชม. จนเราจะแปลกใจว่าก่อนหน้านี้เรายอมให้มนุษย์ทั่วไปบังคับเหล็กหนึ่งตันที่ความเร็วหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ยังไงกัน

เด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการจะมีอิสระในการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มจะหัดขับรถลดลงอย่างต่อเนื่อง รถยนต์ที่ขับเคลื่อนตัวเองจะตอบโจทย์พวกเขาได้เมื่อระบบขนส่งมวลชนเข้าไม่ถึง โดยให้การเดินทางที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว นอกจากนี้พ่อแม่ก็ไม่จำเป็นต้องไปส่งลูกที่โรงเรียนอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้ายังเลือกจะไป พวกเขาก็จะช่วยลูกทำการบ้านระหว่างทางได้ ก่อนที่รถจะพาไปส่งที่ทำงานต่อ

เมื่อถึงที่หมายและส่งผู้โดยสารลงหมดแล้ว รถยนต์สามารถขับไปจอดเองได้ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้วผมอยากให้หยุดพักซัก 5 วินาทีนะครับ แล้วนึกถึงภาระทั้งหมดที่การจอดรถนำมาให้สังคมเมือง นับตั้งแต่การจอดกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางทำให้เสียผิวจราจร จอดซื้อของนอกห้างซึ่งมีพื้นที่ลานจอดขนาดมโหฬาร ไม่สามารถนำที่ดินไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์อย่างอื่นได้ จอดในตึกสำนักงานหรือคอนโดซึ่งมักอุทิศพื้นที่ห้าถึงสิบชั้นเต็มๆ ไปกับชั้นจอดรถ

ในทศวรรษที่กำลังจะมาถึง พื้นที่จอดเหล่านี้จะหดเล็กลงและมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากรถไร้คนขับสามารถขับไปจอดในชั้นใต้ดินลึกๆ หรือในอาคารจอดรถซึ่งอยู่ห่างออกไปได้ การจราจรจะเบาบางลง มลภาวะจากการวนรถแย่งที่จอดกันจะลดลง แถมยังสามารถจอดในพื้นที่แคบกว่าเดิมมาก และไม่ถอยหลังเข้าซองชักช้าเหมือนคุณป้าอายุ 56 อีกทั้งเมื่อเจ้าของเสร็จธุระ รถยนต์ก็สามารถขับกลับมารับที่ประตูทางออกอาคารได้พอดีเสมือนมี valet parking ส่วนตัว

Footprint ของรถยนต์ในเมืองจะลดลงไปอีกเมื่อเราคำนึงถึงว่ารถยนต์จะเป็นของที่ใช้ร่วมกันได้มากขึ้น เมื่อไม่จำเป็นต้องมีคนขับ รถที่ไปส่งคนที่หนึ่งแล้วก็สามารถรับอีกคนไปส่งอีกที่หมายหนึ่งได้ แรกๆ อาจจะมีแค่สมาชิกในครอบครัว แต่คาดได้ว่าไม่นานจะเห็นปรากฏการณ์นี้กับเด็กในหมู่บ้านที่ไปกลับโรงเรียนเดียวกัน หรือเพื่อนบ้านที่ทำงานในละแวกเดียวกันที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย มองในมุมกลับกันได้อีกอย่างว่าคนที่ไม่มีฐานะจะสามารถเข้าถึงรถยนต์ส่วนบุคคลได้มากขึ้น

คนขับแท็กซี่ (และคนขับยานพาหนะอื่นๆ ทุกอาชีพ ในระยะยาว) จะกลายเป็นส่วนเกินของระบบเศรษฐกิจโลก จะตกงานเป็นส่วนใหญ่ หรือถูกบีบให้หันเหสู่ธุรกิจอื่นแทน เช่นลีมูซีน ไกด์ทัวร์ อู่ซ่อมรถเองก็จะต้องปิดตัวลงอีกไม่น้อย

แน่นอนว่าย่อมเกิดการประท้วง และความพยายามต่อต้านขึ้นในเมืองใหญ่ทุกมุมโลก แต่ก็เป็นปรกติวิถีของเทคโนโลยี ที่มักยกระดับความเจริญโดยการเขย่าโครงสร้างเดิมๆ จนสั่นคลอน

Labyrinth is a collection of @scomma's writings about his work, play and passions.
Opinions are personal and do not reflect those of clients and employers. Theme based on Prologue.