ก่อนจะขับรถบ้านเที่ยวนิวซีแลนด์

สิ่งที่อยากให้มีคนบอก

  1. รถบ้านมาพร้อมข้อดีและข้อปวดหัวของมันเอง
    ที่ดีคือไม่ต้องเก็บกระเป๋า ไม่ทำของหายเพราะย้ายโรงแรมบ่อยๆ ไม่ต้องทะเลาะกับเพื่อนว่าใครตื่นสาย แต่ที่ต้องระวังคือรถพวกนี้พังง่าย พังจุกจิก และอาจจะทำแพลนเที่ยวเราเสียไปเลยถ้าต้องแวะไปเข้าอู่ พยายามเลือกรถใหม่ที่สุดเข้าไว้ และทดสอบอุปกรณ์ทุกอย่างให้ดีก่อนออกรถ ..ไม่เว้นแม้แต่ท่อน้ำทิ้ง

  2. ถนนในนิวซีแลนด์ขับง่ายกว่าไทยหรืออังกฤษ
    ทางดี ป้ายเตือนเยอะ วงเวียนน้อย ขับยังไงก็ไม่หลง มีจุดพักรถและจุดชมวิวเหลือเฟือ แต่ทางส่วนมากจำกัดความเร็วที่ 100 kph ถ้าผ่านเมืองก็จะเหลือ 50 kph และช่วงข้ามเขาอาจจะเหลือ 25 kph เวลาคำนวณเวลาเดินทางให้เผื่อไว้จากทางหลวงไทยอีก 20% ได้เลย เพราะข้างทางจะสวยจนอยากแวะถ่ายรูป

  3. ไม่ใช่ว่าจะเอารถบ้านไปจอดนอนที่ไหนก็ได้หรอกนะ
    เธอจะโดนปรับแรง เพื่อนรัก กลางคืนต้องไปจอดตามที่แคมป์กราวด์ที่ DoC จัดไว้ให้ฟรี หรือของเอกชน ซึ่งไม่ฟรีแต่มักจะมีจุดชาร์จแบต น้ำอุ่น ครัวและห้องซักรีดให้ และอย่าลืมไปทิ้งน้ำเสียในจุดที่เขาเตรียมไว้ซึ่งแม่งก็มีเยอะมากแล้วไง ใครเททิ้งข้างทางขอแช่งให้ส้วมตัน

  4. อาการอิ่มวิวมีจริง
    ถนนที่สวยที่สุดของเกาะใต้คือสายที่ 94, สายที่ 6 ช่วงเลียบชายฝั่งตะวันตก, สายที่ 8 และ 80 ช่วงเลียบทะเลสาบ ฟินจนสำลักวิวตายไปข้างนึงได้เลย ประกอบกับถ้าระหว่างวันได้ไปเดินป่า ปีนเขาอีก จะเริ่มลานตากับวิวสวยจนเห็นทุกที่เหมือนกันไปหมด ดังนั้นไม่ต้องลงทุนไปนอนกลางหุบเขาทุกคืนก็ได้ สลับมาพักแถวเมืองบ้าง เป็นโอกาสเติมเสบียงในตู้เย็นไปในตัว

  5. หาทริปเมตที่สไตล์การเที่ยวใกล้กัน
    หรือตกลงกันก่อนว่าโฟกัสของเราคืออะไร เมืองหรือป่า กินร้านหรือทำอาหารเอง ทัวริสต์หรือลุยลุย จริงๆ ความเข้ากันได้ข้อนี้สำคัญมากอยู่แล้วไม่ว่าจะเที่ยวที่ไหน แต่ถ้าไปดราม่าเพราะแนวไม่ตรงกัน แล้วยังต้องอยู่ในรถคันเดียวกันวันละ 16 ชม. อีกคงเสียดายตังค์มาเที่ยวแย่

  6. อย่างกค่าอุปกรณ์
    แบ็คแพ็คดีๆ ใบละ 4,000-5,000 อย่าเสี่ยงกับของก๊อบเกรดเอ มิเรอร์ โรงเกลือ ยิ่งถ้าจะแบกไปเดินเขา เราแทบจะฝากชีวิตไว้กับมัน แบ็คแพ็คที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์จะถ่ายน้ำหนักสัมภาระมาไว้ที่สะโพก ทำให้การเดินเสถียรขึ้นและช่วยให้เราไม่ปวดไหล่เลย หารองเท้าเดินป่าดีๆ ที่ใส่สบายแต่ก็พร้อมลุยทางลื่นและขรุขระ อย่าลืมเบรคอินจนมั่นใจว่ารองเท้าไม่กัดเธอ

  7. แลกเงินสดไปแค่ petty cash
    ทุกร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน รีสอร์ต ร้านเช่ารถ มีโอกาส 99% ที่จะรับบัตรเครดิต เอาให้ง่ายสุดคือให้ใช้บัตรใครซักคนรูดใบเดียวเป็นกองกลาง พอ statement ออกมาจะได้หารคืนที่คนเดียว

  8. ซื้อซิมการ์ด แต่อย่าคาดหวังกับมันมากเกินไป
    เพราะจุดอับเยอะมาก กลางป่าเขา ในเขตอุทยาน มีบางเมืองที่อยู่กันได้โดยไม่ต้องมีสัญญาณมือถือเลย เน็ตที่นี่ก็แพงเอาเรื่อง ถ้าคิดจะอัพรูปเยอะ ให้ไปซื้อ wifi ตามแคมป์กราวด์เอาดีกว่า ตกวันละ $5 เอง

  9. อากาศเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่คาดคิด
    ตอนเช้าอากาศดี๊ดี ตอนเย็นหิมะก็ตกได้ ยิ่งอยู่ในโซนเปียกแถบ Southland ชุดกันฝนต้องพร้อมหยิบตลอด ถนนบางเส้นจะปิดถ้าอากาศไม่ดี ตรวจสอบได้จากเว็บของ DoT เช่นเดียวกับ trail หลายเส้นซึ่งจะปิดเวลามีความเสี่ยงดินถล่มหรือหิมะถล่ม อันนี้ก็ตรวจได้จากเว็บของ DoC

  10. จงออกไปเดินซะ
    ชาวกีวี่รักการเดินมากจนพวกเขาประดิษฐ์คำว่าไปเดินลุย (tramping) แทนที่คำว่าเดินเขา (trekking) ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในนิวซีแลนด์ จะมี trail สำรวจธรรมชาติอยู่ไม่ไกล สามารถเปิดดูได้จากโบรชัวร์ของ DoC ที่จะบอกว่ามีเส้นทางอะไร ใช้เวลาเดินเท่าไหร่ ความลำบากกี่ดาว และระหว่างทางจะเจอนกหรือวิวอะไรบ้าง การเดินเป็นวิธีที่ติดดินที่สุดที่จะดื่มด่ำความยิ่งใหญ่ของเทือกเขา ป่าบีช และธารน้ำแข็ง เพราะประเทศนี้ไม่คิดจะสร้างถนนหรือกระเช้าขึ้นยอดเขาให้นักท่องเที่ยวแน่นอน

  11. เผื่อเวลาสำหรับดาวน์ไทม์
    การเที่ยวแบบแอคทีฟมันเหนื่อยกว่าไปถ่ายรูปหอไอเฟลหรือเดินรอบพิพิธภัณฑ์อยู่แล้ว อย่าลืมเผื่อเวลาตอนเย็นที่จะกลับมาอาบน้ำอุ่น นวดตีน จิบเบียร์เย็น นั่งเรื้อนกับเพื่อน หรือ socialize กับแบ็คแพ็คเกอร์คนอื่นๆ เป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้การไปเที่ยวน่าประทับใจ มากกว่าจะไปชะโงกให้ครบตามเช็คลิสต์เพียงอย่างเดียว

 
4
Kudos
 
4
Kudos

Now read this

แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวในสมัยของ Sharing Economy

ไดกลับไปสะพายเปเทียวยุโรปเปนครังแรกหลังจากเรียนจบมา แลวกทดลองคนหาดวยตัวเองวา ใน 4 ปีทีผานมา แพลตฟอรมบนอินเตอรเนต และ Sharing economy ได disrupt อุตสาหกรรมการทองเทียวแบบเดิมๆ ไปอยางไรบาง กับสองสัปดาหทีผมไมไดจองโรงแรมเลย แตหาบานดวย Airbnb,... Continue →